แถลงการณ์เครือข่ายนักวิชาการและสื่อมวลชน 333 รายชื่อ เสนอเปิดเผย “ข้อมูลบริหารจัดการและกระจายวัคซีนโควิด-19 ตามหลัก Open data”

แถลงการณ์เครือข่ายนักวิชาการและสื่อมวลชน 333 รายชื่อ เสนอเปิดเผย “ข้อมูลบริหารจัดการและกระจายวัคซีนโควิด-19 ตามหลัก Open data”

วิกฤตการณ์การระบาดของโควิด-19 สร้างความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชน ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ สาธารณสุข
และสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการและการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเป็นธรรม คือ กุญแจสำคัญในการผ่านวิกฤตในครั้งนี้ “การเปิดเผยข้อมูลบริหารจัดการและกระจายวัคซีนโควิด-19 ตามหลัก Open data” จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วย สื่อสารว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะบริหารจัดการวัคซีนอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้สังคมได้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูล เข้าใจในกระบวนการตัดสินใจของภาครัฐ และนำไปสู่บรรยากาศของความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ และภาคสังคม ซึ่งจะช่วยให้สังคมมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ ให้ความมั่นใจกับประชาชน และลดปัญหาความสับสนจากปัญหาข่าวลือและข่าวปลอม

เครือข่ายนักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชน ดังมีรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 41 (1) ประกอบมาตรา 59 และ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่งรับรองสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่อยู่ในครอบครองของรัฐและกำหนดเป็นหน้าที่ให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่ประชาชน โดยเสนอให้รัฐบาล ศบค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผย “ข้อมูลบริหารจัดการและกระจายวัคซีนโควิด-19” ดังรายการต่อไปนี้ 

1. เปิดเผยกระบวนการเสนอ อนุมัติ และลงนามในสัญญาจัดซื้อวัคซีนที่ผ่านมาและในอนาคต รวมถึงเงื่อนไขสำคัญๆ ในสัญญาจองซื้อและจัดซื้อวัคซีนทุกยี่ห้อ อาทิ จำนวนโดส อายุสัญญา กำหนดการส่งมอบ บทลงโทษกรณีส่งมอบล่าช้า การยกเว้นความรับผิดให้กับผู้ผลิต เป็นต้น

2. เปิดเผยแผนการจัดหาวัคซีนทุกชนิดต่อสาธารณะ รวมทั้งแผนการทดแทนวัคซีนที่ขาดแคลนในปัจจุบันและการจัดหาวัคซีนให้เพียงพอและทั่วถึงในอนาคต 

3. เปิดเผยหลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ที่มีรายละเอียดการจัดลำดับความสำคัญ และจำนวนกลุ่มเป้าหมายของการจัดสรร

4. เปิดเผยแผนการฉีดวัคซีนและการบริหารจัดการวัคซีนตามกลุ่มเป้าหมายที่วางหลักเกณฑ์ไว้

5. เปิดเผยความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอเป็นรายวัน โดยมีรายละเอียด ชนิดวัคซีน บุคคลกลุ่มต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ พร้อมข้อมูลลักษณะประชากร ข้อมูลเชิงพื้นที่ (รายจังหวัด) และข้อมูลเชิงหน่วยงานที่ดำเนินการ 

โดยข้อมูลที่ต้องเปิดเผยให้เป็นไปตามมาตรฐาน Open Data Standard ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่ให้สื่อมวลชนและประชาชนสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ง่าย มีความละเอียด ครบถ้วน สมบูรณ์ อัพเดทอย่างสม่ำเสมอ และอยู่ในรูปแบบที่เครื่องสามารถอ่านได้ (Machine-Readble Format) เช่น ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบไฟล์ XLS หรือ CSV 

ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเป็นธรรม ขึ้นเกิดได้จริง ให้ประชาชนมีความหวัง และสร้างบรรยากาศที่พร้อมให้ร่วมมือกับรัฐบาลในการผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้ 

เสนอแถลงการณ์ ครั้งแรก 26 กรกฎาคม 2564

ร่วมลงชื่อเพิ่มเติมกันได้ที่ http://www.change.org/vaccine_th_open_data_Standard

รายชื่อกลุ่มแรก 333 รายชื่อ

1กชกร ธรรมชาติThe MATTER
2กนกวรรณ มะโนรมย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
3กมล สุกินสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews
4กรชนก ชิดไชยสุวรรณคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
5กรธนัท ศุภภะประชาชน
6กรรณิการ์ กิจติเวชกุลกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน
7กรัณย์พล​ จอมปรัชญาประชาชน
8กรุณพร เชษฐพยัคฆ์The MATTER
9กฤตนัย จงไกรจักรThe MOMENTUM
10กฤษณะ โชติสุทธิ์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
11กฤษนะ ละไลประชาชน
12กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์มหาวิทยาลัยศิลปากร
13กษมาพร แสงสุระธรรมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14กัญญาณัฐ ปริ่มผลa day
15กัลยาวีร์ แววคล้ายหงษ์Backpack Journalist
16กาญจนา เหล่าโชคชัยกุลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
17กานตชาติ เรืองรัตนอัมพรคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
18การดา ร่วมพุ่มคณะนิเทศศาสตร์​ มหา​วิทยาลัย​ธุรกิจ​บัณ​ทิตย์​
19กำพล จำปาพันธ์นักวิชาการอิสระ
20กิตติกาญจน์ หาญกุลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
21กิตติธัช ศรีพิชิตThe People
22กิตตินันท์ วัฒนธิติกุลThe MOMENTUM
23กิตยางกูร ผดุงกาญจน์The People
24กุลนารี เสือโรจน์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
25เกศศิรินทร์ มัธยทรัพย์โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ ม.มหิดล
26เกียรติศักดิ์ บังเพลิงมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
27ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญเพจมนุษย์กรุงเทพฯ
28คณิตตา จิตเจริญSalmon House
29คาลิล พิศสุวรรณa day
30คีรีบูน วงษ์ชื่นWAY magazine
31งามศุกร์ รัตนเสถียรสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
32จนิสตา เลิศสนองบุญSalmon House
33จรัสรวี ไชยธรรมสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews
34จักรสิน น้อยไร่ภูมินักวิชาการอิสระ
35จันทนา เชื้อผู้ดีโรงพยาบาลกงไกรลาศ สุโขทัย
36จันทนี เจริญศรีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
37จามร เพชรนรินทร์Shot Doc
38จารุวรรณ รัตนโสภาสภาองค์กรของผู้บริโภค
39จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์a day
40จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์มหาวิทยาลัย​ศิลปากร
41จิรัชญา ชัยชุมขุนThe MATTER
42จิรัฏฐ์ ชนะชัยSalmonbooks
43จิราภรณ์ ศรีแจ่มThaiPBS
44จิราภรณ์ อรุณากูรคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
45จุฑามาศ ตั้งสันติกุลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
46จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจาประชาไท
47จุฬภัทร ผการัตน์Salmon Podcast
48จุฬารัตน์ แสงปัสสาประชาชน
49เจริญลักษณ์ เพ็ชรประดีบสื่อออนไลน์ท้องถิ่นอีสานบิซ
50ฉัตรชนก ชัยวงค์a day
51ฉัตรชัย พึ่งดอนประชาชน
52ฉัตรฤดี ศิริลำดวนคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
53ฉายสิริ พัฒนถาวรมหาวิทยาลัยศิลปากร
54เฉลิมพล ปทะวานิชSound Dimension Magazine
55ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
56ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยาคณะนิเทศศาสตร์ฯ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
57ชนิดา ชิตบัณฑิตย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
58ชนิดา รอดหยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
59ชนินทร์ ชมะโชติบริษัท ดอคคิวเมเนีย จำกัด
60ชวิศ หินเงินLivingsoft Co., Ltd.
61ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณีกรุงเทพธุรกิจ
62ชัยธวัช สีผ่องใสคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
63ชัยพงษ์ สำเนียงคณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร
64ชาคริต นิลศาสตร์a day
65ชิบ จิตนิยมNationTV
66ญาณิน พงศ์สุวรรณมหาวิทยาลัยศิลปากร
67ญาธินี ตันติวิวัฒน์สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
68ฐปณีย์ เอียดศรีไชยThe Reporters
69ฐานิดา บุญวรรโณคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
70ฐิตาภา สิริพิพัฒน์The Nation
71ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์The MOMENTUM
72ฐิตินบ โกมลนิมิThe Active
73ฐิตินันท์ เต็งอำนวยคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
74ฐิติพันธ์ พัฒนมงคลนิตยสารสารคดี
75ฐิติยา พจนาพิทักษ์มหาวิทยาลัยศิลปากร
76ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุลคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
77ฐิรวัฒน์ แทบทับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
78ณขวัญ ศรีอรุโณทัยWAY magazine
79ณภัทร จักษุดุลย์ประชาชน
80ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ThailandFuture
81ณรงค์ฤทธิ์ สุมาลีมหาวิทยาลัยนครพนม
82ณรจญา ตัญจพัฒน์กุลThe101.world
83ณรรธราวุธ เมืองสุขสมาพันธ์สื่อไทยเพื่อประชาธิปไตย
84ณัชพล เนตรมหากุลThe MOMENTUM
85ณัฐกร เวียงอินทร์The People
86ณัฐกานต์ อัครพงศ์พิศักดิ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
87ณัฐนนท์ จันทร์ขวางMain Stand
88ณัฐนนท์ ดวงสูงเนินSpaceth
89ณัฐพร เถาตะกูThe Opener
90ณัฐวุฒิ คล้ายขำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
91ณิชกานติ์ แววคล้ายหงษ์PPTVHD36
92ดนิตา ปุลพรวารินประชาชน
93ดวงแก้ว เธียรสวัสดิ์กิจคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
94ดวงมณี เลาวกุลคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
95ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรมThe People
96เดโชพล เหมนาไลยคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
97ตติกานต์ เดชชพงศThe Opener
98ถมทอง ทองนอกคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
99เถกิง พัฒโนภาษจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
100ทศพล เพิ่มพูลa day
101ทัพพ์เทพ ภาปราชญ์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
102ทัพพนัย บุญบัณฑิตบีบีซีไทย
103ทัศนียา รัตน์วงศ์NationTV
104ทินารมภ์ ฟิทซ์แพทริคประชาชน
105เทวฤทธิ์ มณีฉายประชาไท
106ไท แสงเทียนมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
107ธนกร วงษ์ปัญญาTHE STANDARD
108ธนชัย เกษรพิกุลThaiPBS
109ธนชาติ ศิริภัทราชัยSalmon House
110ธนดิษ​ ศรียานงค์The MOMENTUM
111ธนพล แก้วแดงSalmon House
112ธนะ วงษ์มณีLen.game
113ธนันต์พร ณ น่านประชาชน
114ธนาวิ โชติประดิษฐมหาวิทยาลัยศิลปากร
115ธนิสรา เรืองเดชPunch Up / ELECT
116ธมนวรรณ กัวหาThe MOMENTUM
117ธรรญฐ์ฌนก ศรีธเนศชัยประชาชน
118ธวัช มณีผ่องคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
119ธัญญารัตน์ โคตรวันทาThe People
120ธีรภาส ว่องไพศาลกิจSalmon House
121ธีระพล อันมัยคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
122ธีระ วรธนารัตน์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
123ธีรัตถ์ รัตนเสวีVoiceTV
124นงนภัส พัฒน์แช่มPPTVHD36
125นงนาถ กมลาศน์ ณ อยุธยาสื่อมวลชนอิสระ
126นทธัญ แสงไชยSalmon Podcast
127นลิน ธีรประทีปประชาชน
128นวลสวาท โชติชัยสถิตย์ข้าราชการบำนาญ
129นันทนา อติโพธิประชาชน
130นาตยา อยู่คงมหาวิทยาลัยศิลปากร
131นารากร ติยายนNationTV
132น้ำปาย ไชยฤทธิ์a day
133นิธิดา แสงสิงแก้วคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
134นิธิศ ฉินประสิทธิชัยThe MATTER
135นิลุบล ไพเราะมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
136นูรีซะห์ สือรีประชาชน
137บรรจง ชีวมงคลกานต์สถานีโทรทัศน์ ช่องเวิร์คพอยท์
138บัณฑิต จันทร์โรจนกิจคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
139บัณฑิต ศิริรักษ์โสภณโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
140บุญธรรม ขุนสากลอิสระ
141บุญวรา สุมะโนสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
142บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุลคณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร
143บุษกร​ คำโฮมมหาวิทยาลัย​อุบล​ราชธานี​
144ปฏิกาล ภาคกายSalmonbooks
145ปฏิมากรณ์ พูลแก้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
146ปฐมพงศ์ มานะกิจสมบูรณ์คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
147ปณีต จิตต์นุกุลศิริครู
148ปพัชญา นิภานันท์PPTVHD36
149ประจักษ์ ก้องกีรติคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
150ประไพพิศ มุทิตาเจริญคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
151ประภัสสร อุประสินธุ์Salmon House
152ประวิตร โรจนพฤกษ์ข่าวสดอิงลิช
153ปรารถนา​ พรม​พิทักษ์​PPTVHD36
154ปริตตา หวังเกียรตินักข่าว/คอลัมนิสต์อิสระ
155ปรีดา อัครจันทโชติคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
156ปวิช ไชยรุตม์ประชาชน
157ปวีณ์กานต์ อินสว่างa day
158ปวีณา รุ่งเครือสื่อและนักวิชาการอิสระ
159ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัยThe101.world
160ปาริชาต สถาปิตานนท์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
161ปิยภูมิ กลมเกลียวนักวิชาการอิสระ
162ปิยะพร งามดวงกมลMission to the moon
163ปิยะวุฒิ​ กมล​พัฒน์วรกุล​Salmon lab
164เปาว์ ไวโรจน์พันธุ์นักวิชาการอิสระ
165เปี่ยมสุข สนิทจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
166ผดุงศักดิ์ เหล่ากิจไพศาลประชาชน
167เผ่า นวกุลนักวิชาการอิสระ
168พงศ์ธร ยิ้มแย้มThe MOMENTUM
169พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์The MATTER
170พงศ์สันต์ กิจกีรติกุศลเอกชน
171พงษ์ธร วราศัยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
172พงษภัทร หงส์สุขสวัสดิ์สภาองค์กรของผู้บริโภค
173พนา ทองมีอาคมนักวิชาการนิเทศศาสตร์
174พรทิพย์ สัมปัตตะวนิชคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
175พรพรรณ​ เชย​จิตร​มหาวิทยาลัย​ศิลปากร​
176พรรณราย โอสถาภิรัตน์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
177พรรษาสิริ กุหลาบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
178พริสม์ จิตเป็นธมworkpointTODAY
179พลพงศ์ จันทร์อัมพรโกล ประเทศไทย
180พลอยใจ ปิ่นตบแต่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
181พลอย ธรรมาภิรานนท์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
182พลอยธิดา เกตุแก้วThaiPBS
183พลอยรุ้ง สิบพลางThe MATTER
184พลอยศรี โปราณานนท์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
185พลัง ศรีสรินทร์ดอท ดีไซน์
186พวงทอง ภวัครพันธุ์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
187พัชรลดา จุลเพชรสภาองค์กรของผู้บริโภค
188พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
189พิจาริน เลิศสาโรจน์ประชาชน
190พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุลคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
191พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
192พิชัยวัฒน์ แสงประพาฬคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
193พิชิตศักดิ์ แก่นนาคำVoiceTV
194พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณAomMONEY
195พิพัฒน์ สุยะคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
196พิภู พุ่มแก้วกล้าอิสระ
197พิมลพรรณ ไชยนันท์คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
198พิม สุทธิคำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
199พิรงรอง รามสูตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
200พิษณุ คนองชัยยศคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
201พีชญาดา ไชยอิ่นคำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
202พีรพัฒน์ ขุนสวัสดิ์อิสระ
203พีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
204พุทธพร แสงเทียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
205เพ็ชรธรินทร์ วงศ์เจริญคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
206เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุขThe MOMENTUM
207ภัทรนันท์ ทักขนนท์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
208ภัทรภร ภู่ทองประชาชน
209ภานุมาศ สงวนวงษ์Thai News Pix
210ภาษิต อิสระสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
211ภูริพันธุ์ รุจิขจรคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
212มงคล ศรีธนาวิโรจน์a day
213มนต์​ศักดิ์​ ชัย​วี​ระ​เดช​มหาวิทยาลัย​ธรรมศาสตร์​
214มรรยาท อัครจันทโชติคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
215มัทนา​ เจริญ​วงศ์​มหาวิทยาลัย​ศิลปากร
216มานะ ตรีรยาภิวัฒน์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
217มานะ นิมิตรมงคลองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ
218ยชญ์ บรรพพงศ์Salmon House
219ยุทธชัย สว่างสมุทรชัยSalmon Podcast
220รชพร ชูช่วยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
221รอมฎอน ปันจอร์ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
222วรรณพร เรียนแจ้งคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
223วรรณภา ติระสังขะคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
224วรวัฒน์ ฉิมคล้ายTHE STANDARD
225วริทธิ์ โชคทวีศักดิ์Salmon lab
226วเรศ จันทร์เจริญบริษัท สเปซ แซ่บ จำกัด
227วโรดม เตชศรีสุธีThe People
228วัชรพล สายสงเคราะห์The MATTER
229วัชระ จิรฐิติกาลกิจมหาวิทยาลัยศิลปากร
230วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์นักเขียน
231วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูรมหาวิทยาลัยศิลปากร
232วันอาสาฬห์ พิทักษ์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
233ว่าน ฉันทวิลาสวงศ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
234วาสนา ละอองปลิวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
235วิชญนันท์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจอิสระ
236วิชดา นฤซรพัฒน์ศูนย์สื่อสร้างสรรค์แห่งประเทศไทย
237วิภาช ภูริชานนท์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
238วิภาพร วัฒนวิทย์Backpack Journalist
239วิรุฬห์ วุฒิฤทธากุลมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
240วิโรจน์ สุขพิศาลThe101.world
241วิไลวรรณ จงวิไลเกษมคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
242วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุลคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
243วีรบูรณ์ วิสารทสกุลวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
244วีระวัฒน์ ภัทรศักดิ์กำจรคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
245ศนิ ลิ้มทองสกุลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
246ศรันย์ สมันตรัฐคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
247ศรายุธ ตั้งประเสริฐประชาไท
248ศศิวิมล ช่วงยรรยงอิสระ
249ศาสวัต บุญศรีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
250ศิริพร ศรีสินธุ์อุไรคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
251ศิริมิตร ประพันธ์ธุรกิจมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
252ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
253ศิริวรรณ สิทธิกานักเขียนบทความและบรรณาธิการอิสระ
254ศุพฤฒิ ถาวรยุติการต์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
255ศุภกาณฑ์ นานรัมย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
256ศุภชัย อารีรุ่งเรืองคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
257ศุภโชค อ่วมกลัดMain Stand
258สงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์หมอความ (มหาชน)
259สนอง อูบคำข้าราชการบำนาญ
260สนานจิตต์ บางสพานนักเขียน ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย
261สมจิต รุ่งจำรัสรัศมีสื่อมวลชนอิสระ
262สมชาย แย้มชัยสารประชาชน
263สมศักดิ์ เนตรทองPPTVHD36
264สมัชชา นิลปัทม์คณะวิทยาการสื่อสาร ม.สงขลาครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
265สมิทธิรักษ์ จันทรักษ์นักวิชาการอิสระ
266สรกล อดุลยานนท์สื่อมวลชนอิสระ
267สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์นักวิชาการอิสระ
268สรพจน์​ เสวน​คุณากร​คณะ​ศิลปศาสตร์​ มหา​วิทยาลัย​อุบล​ราชธานี​
269สร้อยมาศ รุ่งมณีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
270สรารัตน์ รัตนสุวรรณNationTV
271สฤณี อาชวานันทกุลเครือข่ายพลเมืองเน็ต
272สันติรักษ์ ประเสริฐสุขมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
273สาริศา เลิศวัฒนากิจกุลa day
274สาริสา สิงห์ยะบุศย์สสจ. ยโสธร
275สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
276สุกัญญา สมไพบูลย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
277สุชัย เจริญมุขยนันท77 ข่าวเด็ดอุบลราชธานี
278สุชาดา​ จักรพิสุทธิ์สื่อมวลชนอิสระ
279สุชิตตา เก่งธัญญการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
280สุดถนอม รอดสว่างมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
281สุดารัตน์ พรมสีใหม่a day
282สุปัน รักเชื้อสื่อมวลชนอิสระ
283สุภกร บัวสายนักวิชาการอิสระ
284สุภชาติ เล็บนาคThe MOMENTUM
285สุรพศ ทวีศักดิ์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
286สุรวัฒน์ ชลอสันติสกุลคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยศิลปากร
287สุริยัน ปัญญาไวสื่อมวลชนอิสระ
288เสนาะ​ เจริญพร​ม.อุบล​ราชธานี​
289โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
290องค์การ สารศิริวงศ์ประชาชน
291อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC)
292อดิศักดิ์​ ลิมปรุ่งพัฒนกิจNationTV
293อดิศักดิ์ สายประเสริฐประชาชน
294อติ บุญเสริมPPTVHD36
295อธิคม ภูเก้าล้วนสื่อมวลชนอิสระ
296อธิพัชร์ วิจิตสถิตรัตน์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
297อนุรุจน์ วรรณพิณReadery
298อนุสรา กอสัมพันธ์Salmon House
299อภิชาต​ สถิต​นิรา​มัย​คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
300อภิสิทธิ์ ดุจดาPPTVHD36
301อภิสิทธิ์ เรือนมูลWAY magazine
302อรรคณัฐ วันทนะสมบัติสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
303อรรณนพ ชินตะวันคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
304อรรถพล ปะมะโขคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
305อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
306อรสา ศรีดาวเรืองWAY magazine
307อริน เจียจันทร์พงษ์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
308อรุชิตา อุตมะโภคินThe Active
309อังกูร หงษ์คณานุเคราะห์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
310อังคณา หวังUniversity of Florida
311อัศวิน เนตรโพธิ์แก้วคณะนิเทศศาสตร์ฯ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
312อัศวิน ปินใจVoiceTV
313อาจินต์ ทองอยู่คงคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
314อาทิตย์ชัย แซ่เบ๊เอกชน
315อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุลทรินิตีคอลเลจดับลิน
316อาทิตยา อาษานักวิจัยอิสระด้านสตรี เพศสถานะ และเพศวิถี
317อิทธิ ตริสิริสัตยวงศ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
318อินทร์แก้ว โอภานุเคราะห์กุลworkpointTODAY
319อิสร์กุล อุณหเกตุคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
320อิสระ อนันตวราศิลป์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
321อุดมธิปก ไพรเกษตรสำนักข่าว BeeVoice
322อุ่นกัง แซ่ลิ้มคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
323เอกพล เธียรถาวรคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
324เอกพล บรรลือTHE STANDARD
325เอกพันธุ์ ปิณฑวณิชประชาชน
326เอกพิชัย สอนศรีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
327เอก รักตประจิตสามัญชน
328เอกรัฐ ตะเคียนนุชสถานีโทรทัศน์ ช่องวัน31
329เอกสุดา สิงห์ลำพองมหาวิทยาลัยศิลปากร
330เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา
331เอื้อบุญ จงสมชัยVoiceTV
332Aree Chaisatienอิสระ
333Parichat Chayapanมหาวิทยาลัยมหิดล

“ตลาดผู้ขาย” ที่ผู้ซื้อของเราช้าและผิดพลาด

จม. ที่สำนักข่าวอิศราที่เปิดออกมา นักข่าวต่างชี้ประเด็นว่า รัฐบาลขยับตัวช้า คือ เพิ่งทำสัญญาครั้งแรก ม.ค. และ พ.ค. 64 ในขณะที่ต่างประเทศ เค้าขยับกันตั้งแต่ ปลายปี 63 แล้ว

หัวใจสำคัญที่คนให้ความสนใจ คือ ตารางนี้ที่ระบุใน จม.

ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ถ้าดูตัวเลขว่า เพื่อนบ้านเราแทงหวย กับ AZ เท่าไหร่เมื่อเทียบกับประชากร (ตัดสินใจปลายที่แล้วนะครับ)

อินโดนีเซีย จอง 50 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 18% และยังมี ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม โนวาแวค ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

มาเลเซีย จอง 7.1 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 21.3% และยังมี ซิโนแวค แคนซิโน สปุ๊กนิกวี ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

ฟิลิปปินส์ จองรวม 16.5 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 15% และยังมี ซิโนแวค โมเดอน่า โควาซิน โนวาแวกซ์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน สปุ๊กนิกวี ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

เวียดนาม จอง 30 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 30.6% และยังมี ซิโนฟาร์ม โมเดอน่า สปุ๊กนิกวี ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

(ภาพจาก https://www.facebook.com/SarineeA )

ส่วนไทย จอง 61 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 88% และสั่งซิโนแวคๆๆๆ และไม่เข้าร่วม โคแวกซ์

แม้ว่า รัฐบาลพูดว่า พยายามจะสั่งตัวอื่นๆ เข้ามา แต่ยังไม่ทันกาลกับสภาพการระบาดในขณะนี้ได้

จม.นี้ จึงเป็นหลักฐานสำคัญ ว่ารัฐบาลเราช้าและวางแผนผิดพลาดมาตลอด และไม่มี Policy turn ที่ใหญ่และสำคัญพอเลย

แม้สถานการณ์วัคซีนเป็นตลาดของผู้ขาย แต่หลักฐานนี้ ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ผู้ซื้อต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้านเราล้วนตัดสินใจได้รวดเร็วกว่า พยายามกระจายความเสี่ยงมากกว่า และที่สำคัญ พยายามปรับนโยบายให้ยืดหยุ่นมากกว่า ผู้ซื้ออย่างรัฐบาลไทย

ความล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพนี้ จึงนับเป็นความ “ประมาท ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” หวังว่าจะไม่ชินชากับความตายวันละ 100 กว่าคนของคนในประเทศนี้

#บันทึกไว้ก่อนLockdown

อยู่ตรงไหนของแถว ฉีดวัคซีนประเทศไทย

9 มิ.ย. 2021

หลายคนได้รับวัคซีน ก็ยินดีด้วยนะครับ… 

แต่อยากฝากให้พิจารณาเพิ่มว่า ได้ฉีดนี่ ได้กันมายังไง เมื่อของมีจำกัดแล้ว เหมือนจับคน 67 คนมาต่อแถวอ่ะ คุณอยู่ตรงไหนของแถว

ถ้าคุณฉีดแล้ว 1 เข็ม เป็นกลุ่ม 4 คนแรกใน 67 คน  
แต่ถ้าคุณฉีดครบ 2 เข็มแล้ว เหมือนเป็นคนแรกและเป็นคนเดียวที่ฉีดเสร็จแล้วนั่นแหละ 

และเวลาฉีดเสร็จแล้วอ่ะ อยากให้หันกลับมาดูสภาพของแถว และเห็นใจเพื่อนร่วมชาติด้วยอ่ะครับ ว่าตอนนี้ สภาพแถวเป็นยังไง เวลาผู้นำเรียกให้คนต่อแถวอ่า มันมี Priority ยังไง 

ให้ใครก่อน ให้ยังไง ให้แบบแฟร์และมีประสิทธิภาพในการจัดการโรคระบาดดีพอมั้ย หรือแอบปล่อยให้เปิดแถวพิเศษ (แบบที่เราไม่รู้ / แกล้งไม่เห็น เพราะอยู่ในแถวด้วยป่ะ)

ข้อมูลผ่านวันดีเดย์มาสองสามวัน กทม. ได้สัดส่วนเยอะกว่าต่างจังหวัด บางจังหวัดก็มีโอกาสได้มากกว่า ทั้งเหตุผลเรื่องการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว บางอาชีพได้ก่อน เพราะใช้เหตุผลบุคลากรด่านหน้า ทั้งทหาร ตำรวจ ครู อาจารย์ ฯลฯ ที่จะยึดโยงกับระบบราชการ รวมถึงก็บรรดาสื่อมวลชนด้วยนะครับ (ซึ่งก็เข้าใจนะครับว่า ทุกคนต่างๆ มีเหตุผลที่ชอบธรรมของตัวเองแน่นอน)

เราลองพยายามค้นแผนการจัดสรรวัคซีน ทั้งใน เว็บของรัฐบาล ที่ปกติก็จะอัพ PowerPoint รายงานสถานการณ์ทุกวัน https://www.thaigov.go.th

เว็บของกระทรวงสาธารณสุข https://www.moph.go.th และหน้ารายงานสถานการณ์สาธารณสุข (ที่ไม่อัพเดทหลายวันแล้ว) https://covid19.moph.go.th/#box1

กรมควบคุมโรค https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/

และองค์การเภสัช https://www2.gpo.or.th/Default.aspx?tabid=37
https://www2.gpo.or.th/Default.aspx?tabid=37

สรุปว่า ไม่เจอรายละเอียดดีๆ แผนการจัดสรรวัคซีน แบบที่พร้อมเปิดเผยข้อมูล หรือ แนวทางให้รู้เลย 

ข้อมูลที่หลุดมาถึงมือนักข่าวก็ หลุดมาเป็นชิ้นๆ แบบ
– ประชาชาติ มีลิสต์ ยอดจัดสรร AZ 350,000 โดสสำหรับ รพ. ในแถบ กทม. https://www.prachachat.net/…/%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8…
– มติชนได้ภาพแดชบอร์ด ข้อมูลของ กาญจนบุรี ที่ได้วัคซีน ขวดเดียว สำหรับ ฉีดได้ 10 โดส https://www.matichon.co.th/region/news_2766898

สรุปว่า เราก็ไม่รู้จริงๆ ว่า แผนของกระจายวัคซีนที่บอกว่า ยึดหยุ่นปรับตามสถานการณ์เนี่ย ตกลงมีจริงหรือเปล่า หรือว่าใครมือยาว เสียงดังกว่า เข้าถึงผู้มีอำนาจมากกว่า ก็ได้ก่อนนะครับ 

การไม่มีข้อมูลอะไรเลย ทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบเรื่อง “ประสิทธิภาพ” “ความโปร่งใส” อะไรในการบริหารจัดการได้เลย 

เราลองพยายามตามดูข้อมูล 20 วันล่าสุด จำนวนคนตายไม่ลดลงเท่าไหร่เลยนะครับ เฉลี่ยประมาณ 31 คนที่ต้องเสียชีวิต และผู้เสียชีวิตจำนวนมากก็กระจุกตัวอยู่ กทม. เยอะกว่า ก็ฟังดูเมกเซนส์นะครับที่ให้ กทม. ก่อน แต่ไปดูรายละเอียดว่าผู้เสียชีวิตอายุเท่าไหร่ สรุปว่า ค่าเฉลี่ยคร่าวๆ คือ เกือบ 70 (สัดส่วนเป็น ชาย 55% หญิง 45%) แปลว่า จะจัดสรรวัคซีนให้มีประสิทธิภาพกับการกันตายนี่ ผู้สูงอายุเป็น Priority มากๆ เลยนะครับ 

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ อยากให้ลองสังเกตตัวเลขผู้เสียชีวิตในเรือนจำ (ดาวแดงเล็กๆ) จำวันที่กราฟผู้ติดเชื้อพุ่งปรี้ดๆ ได้มั้ยครับ วันที่ 13 ตัวเลขในเรือนจำอย่างเดียว คือ 4,887 และวันที่ 17 คือ 9,635 คน จากวันที่ 13 ถึงวันที่ 28 ที่เริ่มมีผู้เสียชีวิตในจำเรือน คือ 15 วันพอดีที่พบผู้ติดเชื้อในเรือนจำ และเริ่มมากขึ้นมาสามวันติดแล้ว (ซึ่งอันนี้ ก็น่าเศร้าที่เค้าคงไม่มีเสียงดังพอจะพูดอะไร)

หลายคนรวมถึงนายกฯ ด้วยพยายามบอกว่า อย่าเอาเรื่อง “วัคซีนโยงการเมือง” ถามจริง การตัดสินใจเลือก “ยี่ห้อวัคซีน” “จำนวนที่เหมาะสม” “การกระจายฉีด” นี่ไม่ใช่อำนาจทางการเมืองเหรอ 

ทั้งหมดก็ย้อนกลับไปที่ผู้นำที่ประเทศเรามีได้ดีแค่นี้เหรอครับ นึกถึงเรื่องในไบเบิลที่ตอนน้ำท่วมใหญ่ ที่โมเสส “ผู้นำเรือดิอาร์ก” สร้างเรือตั้งแต่ฝนไม่ตก การคาดเดาสถานการณ์และเตรียมการเป็นเรื่องใหญ่และจำเป็น 

เอาจริงๆ เรามีเวลาเตรียมตัว จัดการแผนจับคนเข้าแถวนานอยู่นะครับ ถ้านับว่าเราเซ็นสัญญากับ AZ ตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่แล้วเลยนะครับ เชื่อมากๆ เลยว่าหลังจากนี้ ปัญหาหลายๆ อย่างจะยังไม่ดีขึ้นแน่ๆ เพราะในช่วงวิกฤตสุดๆ เนี่ยยังมีคนอีกมากที่ไม่ได้เข้าแถวด้วยซ้ำ และผลของการไม่ได้เข้าแถวจะยิ่งทำร้ายคนในที่ต่างๆ อีกมากมาย แล้วไม่ต้องมาทำแคมเปญให้ใครรักชาติอะไรอีกนะ คนที่เจ็บช้ำเค้าไม่อินด้วยแน่ๆ  

สุดท้ายอยากจะบอกว่า จริงๆ ผู้นำที่ต่อเรือพาสัตว์หนีน้ำท่วม คือ “โนอาห์” นะครับ ไม่ใช่ “โมเสส” ที่เขียนนั่นอ่ะตัวปลอม ไม่ใช่ผู้นำที่จะพาเราผ่านวิกฤตนี้หรอก จับแม่งโยนลงน้ำก่อนเลยถ้ามีอิทธิฤทธิ์จริง เค้าคงแหวกทะเลรอดได้ไม่ต้องห่วงเค้าหรอก หรือจะให้เค้ารอเรือดำน้ำที่พรรคพวกซื้อไปช่วยแล้วกัน … 

12 ปี ThaiPBS ก้าวต่อไปกับ “ความท้าทายของสื่อสาธารณะบนความแตกต่างของช่วงวัย”

12 ปี ThaiPBS ก้าวต่อไปกับ “ความท้าทายของสื่อสาธารณะบนความแตกต่างของช่วงวัย”

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปดำเนินรายการเสวนาสาธารณะ “ความท้าทายของสื่อสาธารณะ บนความแตกต่างของช่วงวัย” ซึ่งมีวิทยากรจากทุกช่วงวัยมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ “สื่อสาธารณะ” และ “ความแตกต่างของช่วงวัย”

ซึ่งวิทยากรบนเวที ได้แก่ คุณ เทพชัย หย่อง อดีตผู้อำนวยการ ThaiPBS ดร.สังกมา สารวัตร ผู้ดำเนินรายการ “เช้าทันโลก” ทาง FM 96.5 และอาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.ศิลปากร
รศ. พิจิตรา ศุภสวัสดิกุล อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ที่เป็นเจ้าของโปรเจ๊กซ์ “Data incubator” คุณ ณัฐกร เวียงอินทร์  Co-Founder & บรรณาธิการของ “The People” และคุณ ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน Co-Founder & บรรณาธิการ Spaceth.co ซึ่งคิดว่า ถ้าจะให้รวบรวมบทสรุปที่ผมได้จากงานเสวนาเป็น 6 ข้อเลยดังนี้นะครับ  

1. คนบริโภคสื่อเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมเปิดทีวีแช่ไว้ แล้วข้อมูลข่าวสารวิ่งเข้าหาคน แต่วันนี้ คนเลือกสื่อที่อยากรู้ได้เอง วันนี้ Hashtag อะไรมา ผู้คนเค้าฉอดอะไรกัน เราตามเสพเท่าที่เราสนใจได้ไม่ยาก ยิ่งเด็กยุคใหม่ที่เกิดมา เกิดมาพร้อมกับสื่อ On demand จะเลือกเวลาดู เลือกหยุด เลือกเพลย์ มันคืออำนาจในการเลือก  

2. ครอบครัวที่คุยกันมากๆ ช่องว่างระหว่างวัยก็จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ตัวอย่างเช่น วัยรุ่นจำนวนมากช่วยสอนพ่อแม่เข้าถึงสื่อ ก็ช่วยเลือกสื่อให้พ่อแม่ เพราะอยากให้คุยกันรู้เรื่อง อยากให้คุยเรื่องเดียวกัน ทำให้พ่อแม่ในอีกเจนเนเรชั่นนึงที่เป็นผู้ใหญ่เข้าถึงสื่อออนไลน์ สื่อใหม่ ก็จะปรับตัวได้ เข้าใจความเปลี่ยนแปลง และทำให้วิธีคิดเปลี่ยนไปด้วย ตัวอย่างเรื่อง สิทธิ ความเท่าเทียม เรื่องเพศ กลายเป็นเรื่องที่คนสองช่วงวัยได้คุยกัน ส่วนที่ครอบครัวที่มีช่องว่างมากหน่อย คุยกันไม่มากพอ ก็จะเป็นกลุ่มติดกรอบอนุรักษ์นิยม ความคิดเปลี่ยนตามไม่ทันยุคสมัย ก็ติดอยู่บนโลกคู่ขนาน ที่ทำให้เกิดคำถามในอีกด้านหนึ่งว่า “ทิ้งพ่อแม่ไว้หน้าจอ (ทีวี) มากเกินไปหรือเปล่า”

3. พลังของผู้สูงอายุเป็นอย่างไร ยังคงคาดเดาได้ยาก เพราะสังคมสูงวัย จำนวนผู้สูงอายุกำลังมากขึ้น และจะสะสมมากขึ้นเรื่อย น่าจะขึ้นอยู่กับวิธีที่ผู้คนในสังคมพูดคุยกัน

4. หัวใจสำคัญของสื่อ ยังไงก็อยู่ที่เนื้อหา “Content always is the king” สื่อที่ปรับตัวในแง่เนื้อหาไม่ได้ยังไงก็ตาย ซึ่งสื่อใหม่ได้เปรียบสื่อเก่าตรงที่มี Instance feedback (ได้การตอบสนองทันที) เพราะเดิมสื่อเก่ากว่าจะผลตอบรับต้องรอข้ามวัน แม้วันนี้มีเครื่องมือพวก Social Listening ก็เร็วไม่เท่าสื่อใหม่ที่เห็นยอด Like Love Sad Angry และคอมเมนต์ต่างๆ ทันที ซึ่งช่วยให้คนทำเนื้อหาถูกควบคุมและตรวจสอบโดยผู้ชมทันที

5. สื่อสาธารณะทั่วโลก รวมทั้ง ThaiPBS ล้วนเจอความท้าทายเหมือนกัน คือ ต้องแข่งกันแย่ง Eyeball ไม่ได้แข่งกับช่องทีวีด้วยกันอีกต่อไป เพราะมี Screen และ Platform แย่ง Eyeball ด้วย

6. สื่อกระแสหลักยังมีจุดแข็งคือเรื่อง Trust (ความเชื่อมั่น) ที่ผ่านมา ThaiPBS ยังได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจในช่วงวิกฤต ที่บ้านเรามีวิกฤตบ่อยครั้ง (ควรดีใจมั้ย?) เช่น ความขัดแย้งทางการเมืองเสื้อเหลือง เสื้อแดง เหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 เหตุการณ์หมูป่าติดถ้ำ การกราดยิงที่โคราช ฯลฯ ซึ่งทุกครั้งที่มีวิกฤต มีคนให้ความสนใจสื่อกระแสหลักมากขึ้น และสื่อสาธารณะก็ตอบโจทย์ได้พอสมควร เพราะคนยังให้ความเชื่อมั่นในแง่ความถูกต้องและจริยธรรมในการนำเสนอ

ทั้ง 6 ข้อเป็นข้อสรุปที่น่าสนใจบนเวทีเสวนาได้คุยกันนะครับ แต่มีบางอย่างที่เสียดายเวลาน้อยไปนิดและเป็นคนดำเนินรายการเองเลยไม่ได้พูดสิ่งที่คิดและอยากเห็นซึ่งขออนุญาตยกไว้ตอนหน้าจะมาเขียนสิ่งที่คาดหวัง และ ความท้าทายใหม่ๆ ที่สื่อสาธารณะต้องคิดใหม่นะครับ

ทำไมในม็อบเราจึงเห็นการเคลื่อนไหว นักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชาย

ทำไมในม็อบเราจึงเห็นการเคลื่อนไหว นักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชาย

เมื่อวานนี้ เผอิญมีโอกาสได้เล่าเรื่อง Data Journalism ให้กับกลุ่มนักศึกษา 3 มหาวิทยาลัยที่ส่วนเป็นหนึ่งของ Data Incubator ที่อาจารย์พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพยายามผลักดันให้เกิดในวิชาของกลุ่มคณะนิเทศศาสตร์จากทั้ง จุฬาฯ มศว. และศิลปากร

ผมเลยเตรียมเรื่องสั้นๆ ที่คิดว่าเป็นประโยชน์ไปพูด 3 เรื่อง แต่มีคนอยากรู้ว่าพูดอะไรไป โดยเฉพาะส่วนที่อาจารย์พิจิตราพูดถึงใน facebook ว่า “พี่โก้จาก TDRI โชว์ให้เห็นว่า นร. ที่ถูกลงโทษถูกใน รร. เป็นผู้หญิง กับ LGBTQ ในโรงเรียนต่างจังหวัดเยอะมาก ซึ่งก็วิเคราะห์ให้เห็นถึงแรงกระเพื่อมในม็อบเด็กที่เกิดมาจากปัญหาที่สะสมจน เด็กมันมาเดินถนนทุกวันนี้”

เลยจะเอาแค่ 1 เรื่องในส่วนนี้มาเล่าให้ฟังนะครับ ซึ่งจริงๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่ทีมพวกเราทำข้อมูลไปออกรายการที่ The Standard X TDRI ตอน “เปิดเบื้องหลังม็อบนักเรียนไทย เมื่อห้องเรียนไทยวิ่งตามเด็กไม่ทัน”

Key Message ของตอนนี้ คือ เมื่อพ่อแม่ส่วนใหญ่ทั้งระดับโลกและไทยต่างเลี้ยงดูลูกเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่โรงเรียนที่เป็นพื้นที่เพาะบ่มเด็กนักเรียนกลับเปลี่ยนแปลงไม่ทัน กฎระเบียบ วิธีการเรียนการสอนในโรงเรียนยังปรับตัวตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลง ยังเป็นพื้นที่อำนาจนิยมที่ครูเป็นใหญ่

พวกเราเลยอยากรู้ว่าข้อสมมุตินี้จริงหรือไม่

จึงลองตั้งคำถามง่ายๆ ด้วย Google Form ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร โดยตั้งคำถามไว้ 5 ข้อว่า

  1. คุณเอง ยังถูกทำโทษทางร่างกายในโรงเรียนอยู่หรือไม่?
  2. รูปแบบ ที่โดนลงโทษ
  3. สาเหตุ ที่โดนลงโทษ
  4. คิดว่าผลการเรียนของคุณอยู่ในระดับไหน
  5. โรงเรียนของคุณอยู่ในภาคไหน

โดยให้ผู้ตอบได้ตอบคำถามระบุเพศว่า เป็นชาย หญิง หรือ LGBTQ ไว้ด้วย

ซึ่งอันนี้ ผมก็ได้เล่าให้ทุกท่านฟังว่า อันนี้เป็นโจทย์ที่เราอยากรู้และลอง Survey แบบเร็วๆ มากๆ คือ ออกอากาศตอนค่ำ แต่คิดว่าอยากจะ Survey ถามน้องๆ กันตอน 11 โมงเช้าในวันนั้น ช่วงเที่ยงทีมก็ทำ Form พร้อม Banner สำหรับโพสใน Twitter และบรรดา Network ลูกเพื่อนหลานเพื่อนที่เรียนมัธยมให้ช่วยกันแชร์ ประกอบกับในวันนั้น มีคลิปครูฝึกสอนลงโทษเด็กด้วยการให้ยกเก้าอี้ลุกนั่งในห้องวิทยาศาสตร์ซึ่งมีคนแชร์กันระดับ 112K ทำให้แบบสอบถามนี้ ถึงช่วงหัวค่ำที่เราประมวลผลเพื่อไปออกอากาศก็มีคนตอบมาประมาณอีกนิดนึงก็ 100 คนพอดี (แต่ผลที่ประมวลไปโชว์ N=125 นะครับ)

แม้จะเป็น Survey แบบเร็วๆ แต่ผลที่ออกมาก็น่าประหลาดใจเล็กๆ นะครับว่า ทั้งที่ประเทศไทยยกเลิกการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรงมานานแล้ว แต่ยังมีนักเรียน 62 % ที่บอกว่ายังโดนทำโทษทางร่ายกายอยู่ โดยรูปแบบการทำโทษทางร่างกายที่มากที่สุด การตีด้วยสิ่งของ เช่น ไม้เรียวและอื่นๆ  แม้ว่าการลงโทษทางร่างกายจะยกเลิกไปตั้งแต่สมัยที่คุณจาตุรนต์ ฉายแสงเป็น รมต.ศึกษาธิการแล้วนะครับ

ส่วนสาเหตุที่ถูกทำโทษมากที่สุด คือ เรื่องการคุยเสียงดังในห้องเรียน และ การแต่งกายผิดระเบียบ

สำหรับผมแล้ว ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้ คือ ผมวางคำถามไว้ เรื่อง “โรงเรียนของคุณอยู่ในภาคไหน” เพราะอยากรู้ว่า Location มีผลต่ออัตราการลงโทษหรือไม่ ซึ่งด้วยจำนวนของการตอบแบบสอบถามไม่ได้มีจำนวนมากพอที่จะบอกอะไรได้

เราจึงลองเอาข้อมูลของคนตอบที่ว่าอยู่ใน กทม.และปริมณฑลออก เพื่อดูว่าต่างจังหวัดอยู่ในเรตที่ต่างๆ มากน้อยเพียงใด ซึ่งเห็นตัวเลขแล้ว แม้ไม่แปลกใจ แต่คิดไปคิดมายิ่งตกใจ เพราะตัวกลับเพิ่มจาก 62% เป็น 80% เลย

นั่นแปลว่า ยิ่งโรงเรียนต่างจังหวัด ยิ่งมีการลงโทษทางร่างกายอยู่มาก ยิ่งแสดงถึงอำนาจนิยมที่มีในโรงเรียนที่ยิ่งสูงมาก

และเมื่อเอาข้อมูลเรื่องเพศมาดู เลยเริ่มเข้าใจว่า ทำไมในม็อบเราจึงเห็นการเคลื่อนไหว นักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชายแบบสังเกตเห็นได้ชัดมาก

เพราะเมื่อดูข้อมูลรายเพศ นักเรียนชายมีเพียง 43% ที่ยังโดนลงโทษทางร่างกายอยู่ แต่เป็นนักเรียนหญิงและ LGBTQ ตัวเลขจะเพิ่มเป็น 68% และ 69% ตามลำดับ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นผลมาจากการที่พื้นที่ในโรงเรียนที่วางความคาดหวังในกรอบการกระทำ การแต่งกาย จริยธรรม ฯลฯ บนความคาดหวังต่างๆ ทางเพศ เช่น ผู้ชายชนเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้หญิงต้องเรียบร้อย แต่งกายเหมาะสม (มากกว่าชาย) และ LGBTQ ก็คงมีกรอบเรื่องเพศสภาพที่ไม่ต่างกัน ทำให้โรงเรียนที่ใช้การลงโทษทางร่ายกายเป็นเครื่องมือในการควบคุมมาตรฐานที่ครูคาดหวัง

นักเรียนหญิงที่ถูกกำกับ การแต่งกาย พฤติกรรม ค่านิยมที่ไม่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยจึงต้องแสดงออกคุณค่าอีกแบบที่สวนทางกับอำนาจที่ครอบไว้ พร้อมกันทั่วทุกหนแห่ง…

และเมื่อพอได้ทำเรื่องนี้แล้ว ทำให้ผมรู้สึกอย่างนึงมากๆ คือ เสียงและความรู้สึกปัญหาของผู้คนและเยาวชนในต่างจังหวัดหลายๆ เรื่องมันเขย่าและดังพอให้คนในประเทศได้รับรู้มากเพียงใด

และใครที่คิดว่าปรากฎการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้น เป็นมีคนอยู่เบื้องหลัง มีใครล้างสมองเด็กๆ อยู่นั้นล่ะก็ อาจต้องมองใหม่ว่า สังคมเทคโนโลยีข่าวสาร การเลี้ยงดูเยาวชนที่เป็น Global Citizen หล่อหลอมให้นักเรียนนักศึกษาวันนี้ เห็นโลกเร็ว เห็นโลกต่างๆ ไม่ยาก และรู้จักเลือกเปรียบเทียบแบบ Digital Native ปัดซ้าย ปัดขวา เลือกของรักคนรัก เลือกอนาคต เลือกตัวตนของตัวเองกว่าคนรุ่นก่อนหน้าแน่ๆ ครับ

การปฏิเสธอำนาจนิยมในโรงเรียนมันเลยลามถึงอำนาจนิยมในปริมณฑลอื่นๆ ได้ไม่ยากครับ

ป.ล. ใครสนใจดูวีดีโอฉบับเต็มได้ที่

5 เหตุผลที่ทำไมเราถึงต้องระวัง “มหาเศรษฐี” ในการทำบุญช่วยประเทศ

5 เหตุผลที่ทำไมเราถึงต้องระวัง “มหาเศรษฐี” ในการทำบุญช่วยประเทศ

จริงๆ การทำบุญ ก็นับเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะถ้าดูรากศัพท์ภาษาฝรั่งของคำว่า Philanthropy (การทำบุญ) มีรากศัพท์จากจากลาติน ของคำสองคำ คือ คำว่า “philos – ความรัก” กับ “Anthro – ชีวิตมนุษย์ (ความเป็นมนุษย์)” ซึ่งความหมายก็ คือ เพราะรักในความเป็นมนุษย์ หรือ การช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งแน่นอนนัยยะของมันเป็นเรื่อง ‘ของปัจจุบัน’ ไม่เกี่ยวอะไรกับ ‘โลกหน้า’ เหมือนการทำบุญแบบที่จะหวังผลอนาคตนะครับ

ไอเดียที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ก็มาจากการดูทอล์กโชว์ “Patriot Act” ของ Hasan Minhaj ใน Netflix ซึ่งจำได้ว่าดูไว้นานแล้ว แต่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้ เลยอยากเก็บประเด็นมา แล้วแอบบวกๆ สิ่งที่อยากพูดบ้างมาเล่าให้ฟังครับ

ในตอน “Why Billionaires Won’t Save Us” (ลิงค์อยู่ด้านล่างสุดนะครับ) Hasan Minhaj พยายามอธิบาย ปัญหาของการบริจาคเงินของเหล่ามหาเศรษฐีไว้หลายอย่างเลย สรุปเป็นข้อๆ เลยแล้วกัน

(1) การบริจาคเงินกลายเป็นสิ่งที่ให้ความชอบธรรมกับวิธีที่เขาเหล่านั้นหาเงิน ไม่ว่าจะถูกหรือไม่ถูกก็ตาม
และมันจะทำให้เราไม่ตั้งคำถามถึงการได้มาของความมั่งคั่งเหล่านั้น ซึ่งปัญหาของการไม่ตั้งคำถาม หลายครั้งจะไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เราเสียไป

(2) การบริจาคเงินโดยเหล่ามหาเศรษฐีนี้ สร้าง smock screen ที่บังตาเรา จนทำให้ผู้คนในสังคมหลงเชื่อในความดีของเขา และกลบเกลื่อนความผิดบางอย่างของเขา จะมองไม่เห็นความไม่เป็นธรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้น เช่น การผูกขาด การใช้อำนาจเหนือตลาดเอาเปรียบผู้บริโภค ความร่ำรวยจากการสร้างสินค้าที่ไม่ก่อประโยชน์จากสังคม ฯลฯ

(3) เรามักหลงเชื่อว่า เหล่ามหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จนั้น เป็นยอดมนุษย์ คิดถูก ทำถูก ฉลาดกว่าคนทั่วไป และจะยอมเชื่อว่าการเข้ามามีบทบาทในประเด็นสาธารณะเหล่านั้นจะต้องถูกต้อง และคาดหวังความสำเร็จได้ ซึ่งจริงๆ แล้วอาจไม่ใช่เสมอไป เพราะความสำเร็จทางธุรกิจเป็นเรื่องเฉพาะแม้ว่า เขาจะทำรายได้มากมายก็จริง แต่หากลงไปดูในรายละเอียดทั้งนั้น มันมีทั้งดีและแป้กผสมปนเปกันอยู่เสมอ

ในส่วนนี้ เขายกตัวอย่างของ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์กที่แม้จะประสบความสำเร็จในเฟสบุค แต่พอมาทำเรื่องการศึกษาจริงๆ ก็แป้กและเอาเข้าจริงที่ว่าเอาเงินมาทำบุญลงกับการศึกษาเยอะ สัดส่วนของเงินที่ลงถึงตัวเด็กนักเรียน อุปกรณ์การเรียนก็ไม่ได้มากอย่างที่คุย แต่ไปลงกับเรื่องบริหารจัดการอื่นๆ มากกว่าซึ่งก็คาดหวังเรื่องการลดภาษี

(4) ในมุมของมหาเศรษฐี บ่อยครั้งมักใช้ช่องทางกม. เพื่อจ่ายภาษีนั้นน้อยลง เค้ายกตัวอย่าง การบริจาคเงินของบริษัทที่ทำ GoPro นั้น ช่วงที่โคตรรวยก็ตั้งมูลนิธิแล้วบริจาคเงินเพื่อลดการจ่ายภาษี พอตอนรายได้ไม่มากก็ลดเงินบริจาคลง เพราะไม่จำเป็นต้องให้เยอะ

(5) ในฉากหน้าของการบริจาคเงิน หรือ จะให้ภาพว่าเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล หรือ ทำงานร่วมกันก็ตาม พวกเราในฐานะประชาชนย่อมเห็นภาพที่สวยงามอยู่แล้ว แต่ฉากหลังก็การเจรจาต่อรองกันแบบที่สาธารณชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารไม่ง่ายและไม่ได้นี้ น่ากลัวนะครับว่า มีโอกาสที่ภาคธุรกิจหรือเอกชนขนาดใหญ่ ที่ยอมร่วมงาน ร่วมบุญ จะได้โอกาส / ประโยชน์ จากผู้กำหนดนโยบาย หรือสามารถกำหนดทิศทางของนโยบายภาครัฐ ที่ให้ทำเพื่อประโยชน์ให้ตัวเองได้ในอนาคต มากกว่าคนที่ไม่ร่วมในงานบุญแบบนี้

พูดง่ายๆ ใครร่วมด้วย ก็เจรจาอะไรย่อมง่ายกว่าคนอื่นๆ ที่เป็นรายเล็กรายน้อย หรือ แม้ว่าการเห็นหัวประชาชนด้วยก็ตาม

ดังนั้น ประชาชนควรจับตาให้ดีว่า การทำบุญที่รัฐจะเสนอนั้น รัฐจะเอาประโยชน์อะไรเข้าแลกหรือไม่ หรือจะทำให้เหล่ามหาเศรษฐีจ่ายภาษีน้อยลงหรือไม่

ข้อเสนอที่ดีที่สุดและเป็นหัวใจใหญ่ของเรื่องนี้ ผมว่าอยากให้มอง 2 เรื่องนะครับ

โจทย์ใหญ่และยาว คือ ต้องจัดการมาตรการ “ภาษีต่างๆ ให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น ตั้งแต่ภาษีทรัพย์สิน ภาษีจาก capital gain tax ต่างๆ ฯลฯ
เพราะตัวระบบภาษีหลักคิดใหญ่ๆ คือ แบ่งสรรปันส่วนรายได้ของผู้คนในสังคมมาใช้ในกิจกรรมสาธารณะ และเพื่อ “ช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน” ก็คือ ย่อหน้าแรกของบทความนี้นั่นแหละครับ

โจทย์เฉพาะหน้าตอนนี้ในการต่อสู้กับ Covid-19 ที่ต้องการความร่วมมือ ความคิดเห็นต่างๆ ช่องทางปกติทางการเมืองก็มีอยู่แล้วนะครับ คือ ให้สภาต้องคิดและทำหน้าที่ของตัวเอง

พูดก็พูดนะครับ ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน (มีทั้งสองฝ่ายจริงๆ) ต่างพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการลงพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน เพราะถ้าไม่ลงพื้นที่คราวหน้าก็ไม่หวังจะมาเดินหาเสียง

ประเด็น คือ ตัวแทนประชาชนเค้ารู้ดีครับว่าต้องทำอะไร แต่บ้านเรามีคนอีกหลายส่วนที่ทำหน้าที่สาธารณะแต่ไม่ได้มาจากประชาชน ความรับผิดชอบต่อผู้คนเลยไม่มีมากพอจะให้เค้าเหล่านั้น ต้องลงพื้นที่และรับรู้ปัญหาจริงของคน

การเอาพี่เอาน้องเอาเพื่อนเอาฝูงที่ลอยจากฟ้าสวรรค์ มานั่งหลอกกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน นี่แหละครับ คือ การทำภาษีที่ควรจะใช้ประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์เป็นเรื่องเสียเปล่าครับ