จม. ที่สำนักข่าวอิศราที่เปิดออกมา นักข่าวต่างชี้ประเด็นว่า รัฐบาลขยับตัวช้า คือ เพิ่งทำสัญญาครั้งแรก ม.ค. และ พ.ค. 64 ในขณะที่ต่างประเทศ เค้าขยับกันตั้งแต่ ปลายปี 63 แล้ว

หัวใจสำคัญที่คนให้ความสนใจ คือ ตารางนี้ที่ระบุใน จม.

ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ถ้าดูตัวเลขว่า เพื่อนบ้านเราแทงหวย กับ AZ เท่าไหร่เมื่อเทียบกับประชากร (ตัดสินใจปลายที่แล้วนะครับ)

อินโดนีเซีย จอง 50 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 18% และยังมี ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม โนวาแวค ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

มาเลเซีย จอง 7.1 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 21.3% และยังมี ซิโนแวค แคนซิโน สปุ๊กนิกวี ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

ฟิลิปปินส์ จองรวม 16.5 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 15% และยังมี ซิโนแวค โมเดอน่า โควาซิน โนวาแวกซ์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน สปุ๊กนิกวี ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

เวียดนาม จอง 30 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 30.6% และยังมี ซิโนฟาร์ม โมเดอน่า สปุ๊กนิกวี ไฟเซอร์ และเข้าร่วม โคแวกซ์

(ภาพจาก https://www.facebook.com/SarineeA )

ส่วนไทย จอง 61 ล้าน เทียบกับประชากร คือ 88% และสั่งซิโนแวคๆๆๆ และไม่เข้าร่วม โคแวกซ์

แม้ว่า รัฐบาลพูดว่า พยายามจะสั่งตัวอื่นๆ เข้ามา แต่ยังไม่ทันกาลกับสภาพการระบาดในขณะนี้ได้

จม.นี้ จึงเป็นหลักฐานสำคัญ ว่ารัฐบาลเราช้าและวางแผนผิดพลาดมาตลอด และไม่มี Policy turn ที่ใหญ่และสำคัญพอเลย

แม้สถานการณ์วัคซีนเป็นตลาดของผู้ขาย แต่หลักฐานนี้ ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ผู้ซื้อต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้านเราล้วนตัดสินใจได้รวดเร็วกว่า พยายามกระจายความเสี่ยงมากกว่า และที่สำคัญ พยายามปรับนโยบายให้ยืดหยุ่นมากกว่า ผู้ซื้ออย่างรัฐบาลไทย

ความล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพนี้ จึงนับเป็นความ “ประมาท ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” หวังว่าจะไม่ชินชากับความตายวันละ 100 กว่าคนของคนในประเทศนี้

#บันทึกไว้ก่อนLockdown

Share This

Share This

Share this post with your friends!